11.ออมเงินด้วยประกันชีวิตด้วย

ในบทที่ผ่านมา ได้พูดถึงเรื่องการประกันชีวิต ประกันสุขภาพและประกันภัย ว่าช่วยประกันเงินออมได้พอเป็นสังเขปแล้ว ในบทนี้เรามาดูว่าการประกันชีวิตไม่เพียง แต่ช่วยประกันเงินออมเท่านั้น ผู้ทำประกันชีวิตยังสามารถเลือกที่จะออมเงินพร้อมการ ประกันชีวิตได้ด้วย

การประกันชีวิตผสมการออมทรัพย์ในวันนี้เพื่อตนเองในเวลาอีก 15-20 ปี ข้างหน้า เป็นต้นไป เป็นอีกช่องทางหนึ่งในการออม และ หารายได้จากเงินออม

กรมธรรม์ประกันชีวิตประกอบด้วย 3 ส่วน ได้แก่

1. การประกันชีวิต
2. การสะสมทรัพย์หรือการออม
3. การประกันอุบัติเหตุ การประกันสุขภาพ (ค่ารักษาพยาบาล)

กรมธรรม์ประกันชีวิตที่เป็นการคุ้มครองกรณีเสียชีวิตหรือทุพพลภาพโดยแท้ (แบบชั่วระยะเวลา) ไม่มีส่วนของการสะสมทรัพย์หรือการออมเงินอยู่เลย เบี้ยประกันจะ ต่ำที่สุด เช่น จ่ายเบี้ยประกันปีละหมื่นบาท ได้วงเงินประกัน 5 แสนบาท เมื่อเกิดเหตุเสีย ชีวิตหรือทุพพลภาพจะได้รับเงินตามที่ระบุไว้ในสัญญา แต่ถ้าไม่เกิดเหตุร้ายใดๆ เมื่อครบ กำหนดที่ประกันไว้ในกรมธรรม์ กรมธรรม์จะหมดอายุ เป็นอันสิ้นสุดสัญญาที่มีต่อกัน

ถ้าต้องการเพิ่มองค์ประกอบของการสะสมทรัพย์เข้าไปด้วย เบี้ยประกันจะเพิ่ม ขึ้นตามจำนวนเงินที่คาดว่าจะได้รับคืน เช่น ต้องการวงเงินคุ้มครอง 5 แสนบาท ถ้า ต้องการรับเงินคืนด้วยเมื่อครบกำหนดสัญญา เบี้ยประกันอาจเพิ่มจาก 1 หมื่นบาท ใน กรณีคุ้มครองแค่การเสียชีวิต เป็น 25,000 บาท ส่วนเพิ่มคือส่วนของการสะสมทรัพย์ เพื่อตนเองในอนาคต

การประกันสุขภาพเป็นสัญญาเพิ่มเติม ทำปีต่อปี แยกเบี้ยประกันออกจาก กรมธรรม์หลัก ผู้เอาประกันสามารถเลือกได้ว่าจะทำประกันหรือไม่ จะเลือกวงเงินค่า รักษาพยาบาล และ ค่าห้องในโรงพยาบาลเท่าไร ค่าเบี้ยประกันจะเพิ่มขึ้นตามวงเงินที่ เลือก

การพิจารณาเลือกว่าจะประกันสุขภาพหรือไม่ และประกันจำนวนเท่าใด ขึ้นกับ ความจำเป็นของแต่ละบุคคล เช่น ถ้าเป็นพนักงานบริษัทที่มีประกันสุขภาพให้กับ พนักงานอยู่แล้วก็อาจไม่จำเป็นที่จะต้องซื้อประกันสุขภาพ เพราะมีของบริษัทแล้ว ถ้าซื้อ ประกันส่วนนี้ก็ควรเป็นส่วนเพิ่มเผื่อค่ารักษาที่บริษัทออกให้ไม่เพียงพอ โดยต้องคำนึง ด้วยว่า การทำประกันเมื่อเริ่มต้น หรือไม่ต่อเนื่องจะต้องตรวจสุขภาพ

รูปแบบเสริมของการประกันสุขภาพคือเงินชดเชยกรณีที่ต้องพักรักษาตัว โดย จะได้รับเงินเป็นรายวัน ถือเป็นการประกันรายได้สำหรับช่วงที่ไม่สามารถทำงานได้ สำหรับลูกจ้างทั่วไปที่สามารถลาป่วยและได้รับเงินเดือนตามปกติอยู่แล้ว อาจไม่มีความ จำเป็นต้องทำประกันเสริมนี้ แต่สำหรับผู้ประกอบกิจการค้า หรือผู้มีอาชีพอิสระ ถ้าเจ็บ ป่วยขึ้นมาจนไม่สามารถทำงานได้ ทำให้ขาดรายได้จากการทำงาน การทำประกัน สุขภาพในแบบรวมเงินชดเชยกรณีที่ต้องพักรักษาตัว จะช่วยลดความเสี่ยงจากการขาด รายได้เนื่องจากต้องหยุดงานลงได้

วงเงินเอาประกันหรือวงเงินคุ้มครอง หมายถึงเงินที่ผู้เอาประกันจะได้รับเมื่อ เสียชีวิตหรือทุพพลภาพ การทำวงเงินประกันสูงๆ จึงเป็นการมองเผื่อคนข้างหลัง เพื่อ เป็นหลักประกันให้กับคนข้างหลังไม่ว่าจะเป็น บุตร ภรรยา พ่อ แม่ เพราะคนเหล่านี้อาจ จำเป็นต้องมีรายได้หากเราต้องจากไป และเป็นหลักประกันให้ตนเองในกรณีที่อาจะ ประสบเหตุไม่คาดฝันต้องทุพพลภาพ

แต่ก็ต้องรู้จักประมาณตนเอง ไม่ทำวงประกันจำนวนที่สูงมากเกินไปจนกลาย เป็นภาระกับการจ่ายเงินของตนเองในวันนี้

ถ้าต้องการแบบประกันที่มีสัดส่วนสะสมทรัพย์มากขึ้น เบี้ยประกันก็มักจะแพง ขึ้นตามมาเป็นเงา ดังนั้น การจะตัดสินใจเลือกจึงขึ้นอยู่กับว่าผู้เอาประกันให้ความสำคัญ กับส่วนไหนมากกว่ากัน เช่น ถ้าอยู่ในช่วงก่อร่างสร้างตัว หรือ มีภาระต้องเลี้ยงดูบิดา มารดา บุตร ภรรยา อาจพิจารณาวงเงินประกันสูงๆ เพื่อเป็นหลักประกันให้กับครอบครัว และเมื่ออายุมากขึ้นมีรายได้มากขึ้นจึงเพิ่มการลงทุนในกรมธรรม์ที่มีการสะสมทรัพย์เพิ่ม ขึ้น เพื่อเป็นการวางแผนการเงินสำหรับการเกษียณอายุของตัวเอง

หลากหลายรูปแบบของการรับเงินสะสมคืน

การจ่ายเงินคืนให้กับผู้เอาประกันตามกรมธรรม์สะสมทรัพย์มีหลายรูปแบบ ขึ้น อยู่กับการออกแบบของบริษัทประกันภัย

ในระหว่างที่ผู้เอาประกันยังส่งเบี้ยประกันอยู่ บ้างมีการจ่ายเงินคืนรายปี บ้างก็ จ่ายราย 3 ปี บ้างก็จ่ายทุก 5 ปี เป็นการผ่อนภาระให้ได้เว้นวรรคสำหรับผู้ที่อาจประสบ ปัญหาจ่ายเบี้ยประกันไม่ได้ทุกปี และเป็นกำลังใจให้กับผู้จ่ายเบี้ยประกันไม่ให้รู้สึกว่ามี แต่จ่ายให้บริษัทประกันทุกปีไม่มีเว้น

เมื่อกรมธรรม์ครบกำหนด บริษัทประกันจะจ่ายเงินก้อนหนึ่งคืนให้ ตามเงื่อนไข ที่ระบุไว้ ผู้เอาประกันต้องทำความเข้าใจให้ เงื่อนไขต่างๆ ให้ละเอียดก่อนตัดสินใจเริ่ม ทำประกัน

บางกรมธรรม์จ่ายคืนเป็นบำนาญ คือ แทนที่จะจ่ายเงินคืนเมื่อครบกำหนด เป็นเงินก้อนใหญ่ก้อนเดียวอาจแบ่งเป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งจ่ายเป็นก้อนเมื่อครบกำหนด



เป็นเงินก้อนใหญ่ก้อนเดียวอาจแบ่งเป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งจ่ายเป็นก้อนเมื่อครบกำหนด อีกส่วนทยอยจ่ายเป็นรายปีไปเรื่อยๆ จนกว่าผู้เอาประกันจะเสียชีวิต หรือตามเงื่อนไขอื่น ที่กำหนดไว้ในสัญญา

กรมธรรม์แบบมีเงินได้เป็นประจำเหมือนบำนาญนี้ บางคนอาจจะมองว่าถ้าตาย เร็วก็ไม่มีประโยชน์ แต่บางคนให้ความสำคัญตรงที่เมื่อมีชีวิตจะได้รับเงินเพื่อใช้จ่ายเป็น จำนวนที่แน่นอนทุกเดือนหรือทุกปี ตลอดไป และไม่เป็นภาระด้านการเงินกับผู้อื่นเมื่อถึง วัยเกษียณ

อ่านมาถึงตรงนี้ บางคนอาจจะอยากออมทรัพย์และรับบำนาญโดยไม่มีเงื่อนไข ประกันชีวิตติดมาด้วย ตอบว่า ยังไม่มีขายในบ้านเราค่ะ ที่ทำได้ตอนนี้ต้องซื้อประกันชีวิต พ่วงออมทรัพย์ แล้วรับบำนาญ

แต่ถ้าเป็นในต่างประเทศเขามีบริการให้เราอาจจะเอาเงินทั้งก้อนไปให้บริษัท ประกันชีวิตลงทุน แล้วขอรับเป็นบำนาญได้เลย ตั้งแต่ปีแรกที่ส่งเงินเข้าไป (หรือจะรอไป สักพักก่อนรับเงินก็ยังได้) ซึ่งทำให้ผู้รับเงินก้อนตอนเกษียณ ไม่ว่าจะเป็นเงินจากนายจ้าง จากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือกองทุน RMF หรือผู้มีเงินก้อนทั่วๆ ไป สามารถแปลงเงิน ออมที่ได้สะสมไว้ เป็นบำนาญได้ทันที สำหรับบ้านเรารอไปก่อนนะคะ

จุดเด่นของการออมเงินพร้อมประกันชีวิต

ศรีนวลเป็นสาวโสด เธอเป็นห่วงว่าแก่แล้วจะมีใครดูแล เธอจึงตัดสินใจทำ ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ กะว่าถึงเวลาแก่ตัวจริงๆ ก็ยังมีเงินใช้ เป็นการออมวันนี้เพื่อ วันหน้าของตัวเอง สมมติว่าเธอจะไม่มีเงินอื่นๆ เหลืออยู่ และอยู่ตัวคนเดียวต่อไป ใคร ก็ตามที่จะดูแลเธอจะไม่ต้องรับภาระด้านการเงิน เพราะเธอมีเงินพอให้ใช้จ่ายเพื่อดูแล ตัวเองได้และอาจเหลือพอเผื่อแผ่ให้ผู้ที่ต้องรับภาระดูแลเธอด้วย เงินของเธอจะมาถึงเธอ เป็นรายเดือนหรือรายปี แล้วแต่ว่าเธอจะตัดสินใจเลือกรับ

บุญรับไม่เคยเก็บเงินได้ มีเท่าไรก็ใช้หมด แต่เขาเป็นคนใจอ่อนกับคนที่พูดดีๆ กับเขา วันหนึ่งด้วยความเกรงใจ เขาก็หลวมตัวทำประกันกับนายหน้าประกันชีวิตคนที่ เป็นเพื่อนที่ดีของเขาเสมอมา และด้วยความเกรงใจ เขาก็ต้องส่งเบี้ยประกันทุกปี เมื่อ เพื่อนคนนั้นโทรศัพท์มาเตือน บัดนี้ เขาเพิ่งรู้ว่าความเกรงใจก็ดีเหมือนกัน เพราะทำให้ เขาเริ่มมีเงินเก็บ เป็นเงินเก็บที่เขาไม่สามารถหยิบออกมาใช้ได้ง่ายๆเหมือนกับเงินเดือน หรือ เงินที่เขามีติดมือ ติดธนาคาร

ตวงทองเป็นหัวหน้าครอบครัว เป็นคุณแม่ที่เป็นหัวหน้าครอบครัวด้วย เพราะ สามีล่วงลับไปตั้งแต่ลูกทั้ง 3 คนยังเล็ก เธอห่วงลูกก็จริง แต่เธอก็ห่วงตัวเองด้วย เธอจึง อยากมีเงินบำนาญตอนเกษียณแม้ว่าเธอจะไม่ได้เป็นข้าราชการ แล้วเธอก็พบทางออกที่ เธอคิดว่าเข้าท่า คือทำประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ในนามของลูก แล้วตกลงกับลูกว่า ระหว่างที่แม่ยังมีชีวิตอยู่ ขอเงินบำนาญให้แม่ใช้ก่อน แม่ไม่อยู่แล้วลูกค่อยเริ่มรับเอาเงิน บำนาญไปใช้เหมือนเป็นมรดกจากแม่ เพราะการทำประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ในนาม ของลูก เบี้ยประกันถูกกว่า และ ถือว่าแม่ให้มรดกลูกด้วย

ถึงตรงนี้คงมองเห็นข้อดีๆ ของการทำประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์กันแล้วว่า

1. เป็นการบังคับออมที่ดีสำหรับคนที่ไม่ค่อยมีวินัยทางการเงิน เพราะมีตัวแทน ขายประกันคอยติดตามกระตุ้นให้จ่ายเบี้ยประกันตามงวดอยู่ระยะหนึ่ง เมื่อจ่ายไปสัก พักหนึ่งแล้วก็จะติดนิสัยจ่ายต่อไปเอง และจะรู้สึกเสียดายที่จะต้องเลิกกรมธรรม์ไปกลาง คัน

2. เป็นการออมวันนี้เพื่อใช้วันหน้าที่เห็นได้ชัดเจน และ ยกภาระเรื่องการบริหาร เงินให้งอกเงยไปให้บริษัทประกันทำให้

3. ช่วยคนที่ทำใจไม่ได้กับการประกันชีวิตอย่างเดียวที่จ่ายเงินไปแล้วไม่ได้เงิน คืนมาเลยเมื่อสิ้นสุดสัญญา ให้ตัดสินใจทำประกันชีวิตง่ายขึ้น เพราะจ่ายเงินไปแล้วยังได้ เงินคืนมาเป็นกอบเป็นกำในอนาคต แม้ว่าจะต้องแลกด้วยการจ่ายเงินมากขึ้นก็ตาม

4. สร้างความมั่นใจให้กับผู้ซื้อกรมธรรม์ว่า เมื่อถึงวัยชราที่อาจจะไม่สามารถ จัดการ ดูแลเงินของตัวเองได้ หรือ เมื่อถึงเวลาที่กำหนด จะมีเงินบำนาญของตนเอง

ต้องรู้ว่าผลตอบแทนของเงินออมลักษณะนี้ค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับการลงทุน แบบอื่นๆ

ต้องคำนึงถึงว่าการลงทุนในกรมธรรม์ประกันชีวิตที่กล่าวมาเป็นการลงทุนระยะ ยาวมาก โดยเฉพาะแบบบำนาญที่เท่ากับฝากอนาคตไว้กับบริษัทประกันชีวิต

ดังนั้นจึงต้องระมัดระวังในการเลือกลงทุนกับบริษัทที่มีความมั่นคง

ดังนั้นจึงต้องระมัดระวังในการเลือกลงทุนกับบริษัทที่มีความมั่นคง
และสุดท้าย อย่าลืมเรื่องการกระจายความเสี่ยง
ควรให้การสะสมทรัพย์พร้อมกับการประกันชีวิตเป็นเพียงหนึ่งในสำรับเงิน ลงทุนของแต่ละคนเท่านั้น